สัมภาษณ์ตัวเอง

got hot?

Q: ช่วยแนะนำตัวหน่อย
A: สวัสดีครับ ผมชื่อศึกษิต เทพอารีย์ หรือเรียกง่ายๆ ว่า บุ๊ง ตอนนี้ประกอบอาชีพคั่วกาแฟครับ

Q: แล้วมาทำอาชีพนี้ได้ยังไง?
A: ตอนแรกก็ด้วยความชอบในรสชาติและบรรยากาศของร้านกาแฟ ก็เลยคิดอยากทำธุรกิจเกี่ยวกับกาแฟ เริ่มต้นก็คิดอยากเปิดร้านกาแฟตามสมัยนิยม แต่ติดเรื่องเงินทุนและความรู้ ก็เลยศึกษาเรื่องกาแฟให้ละเอียดขึ้น จนรู้สึกว่าเรื่องกาแฟในแต่ละด้านนี้มันลึกซึ้งจริงๆ จึงพักเรื่องคิดเปิดร้านกาแฟไว้ชั่วคราวและหันไปมองธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟ ก็ไปสมัครเป็นพนักงานควบคุมคุณภาพอยู่ในโรงคั่วขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะพบว่าโรงงานที่ไปทำนั้นมีแนวคิดเรื่องคุณภาพต่างจากที่ผมสนใจ จึงลาออกมา

Q: แล้วก็มาคั่วกาแฟขายเองเลย?
A: ก็ไม่เชิงครับ ก่อนหน้านี้ก็คั่วกาแฟกินเองที่บ้านอยู่นานแล้ว ด้วยความเกรงใจเจ้านายเก่าเลยหันมาทำเรื่องเครื่องชงกาแฟ คือผมเคยมีปัญหาเวลาลูกค้า complain ว่ากาแฟไม่ดี เมื่อเข้าไปตรวจสอบดูจริงๆ พบว่าปัญหาอันดับแรกมาจากเครื่องชงและเครื่องบดที่คุณภาพไม่ดีพอ ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี หรือไม่ก็คนชงไม่เข้า่ใจนิสัยของเครื่อง เลยทำให้ชงออกมาไม่อร่อย จึงพยายามหาเครื่องชงและเครื่องบดกาแฟที่คุณภาพดีๆ เข้ามาขาย

Q: แล้วมาเริ่มต้นคั่วกาแฟขายได้ยังไง?
A: ตอนแรกก็มีญาติๆ เพื่อนๆ ที่เปิดร้านอาหารแล้วมีขายกาแฟด้วย เขาก็เลยช่วยใช้กาแฟของเรา แล้วก็เริ่มเขียน web log เกี่ยวกับเครื่อง เกี่ยวกับการชงกาแฟ มีการทดลองนู่นนี่เกี่ยวกับการชงกาแฟเอสเพรสโซ เห็นฝรั่งเค้ามี Coffee Lab หรือ Espresso Lab กัน เลยตั้งชื่อเว็บเป็น Bangkok Espresso Lab ก็มีคนเข้ามาอ่านแล้วเห็นว่าเรามีพูดเรื่องการคั่วกาแฟด้วย ก็โทรมาสั่งกาแฟเราไปใช้บ้าง

Q: ตอนนี้เลยขายทั้งเครื่อง ทั้งกาแฟคั่ว?
A: ครับ ชั่วโมงนี้อะไรทำเงินได้ก็เอาหมดแล้ว (หัวเราะ) แต่ก็ไม่ได้กำไรอะไรมากมายนะครับ แค่พออยู่ได้ อย่างเครื่องเนี่ยเราก็พยายามไม่บวกกำไรมาก เพราะต้นทุนมาแพงอยู่แล้ว ถ้าบวกเยอะลูกค้าก็รู้สึกว่ามันแพงมากจนจับไม่ติด อย่างกาแฟคั่วก็ดูราคาตลาดไม่ให้หนีกันมาก แต่พยายามทำให้คุณภาพดีที่สุด

Q: กาแฟขายดีมั้ย?
A: ก็พอไปได้นะครับ ตอนนี้ผมคั่วแค่ 20% ของกำลังการผลิตในปัจจุบัน คือผมคั่วกาแฟด้วยเครื่องคั่วขนาดเล็ก ครั้งละ 4-5 กก. แค่นั้น ฝรั่งเรียกว่าเป็น Micro Roasters ซึ่งแตกต่างจาก Commercial Roasters หรือโรงคั่วกาแฟขนาดใหญ่ตรงที่เรามีปริมาณการคั่วต่อปีไม่มาก จึงมีความคล่องตัวในการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดี การควบคุมคุณภาพทำได้แม่นยำ สามารถคั่วกาแฟได้ตามความต้องการของลูกค้า และกล้าทิ้งกาแฟที่คั่วพลาด เราขึ้นไปเลือกซื้อกาแฟโดยตรงถึงไร่ จึงมีความผูกพันกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมากกว่า เลยสามารถพัฒนาคุณภาพกาแฟได้ดีขึ้นทุกปี และช่วยในเรื่องความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้โดยตรง อย่างกาแฟนอกที่นำเข้ามาก็ได้จาก brokers ที่มีคุณภาพ เป็นกาแฟเกรด Specialty จริงๆ เพราะเราคำนึงถึงคุณภาพมากกว่าต้นทุน

Q: แล้วจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นอีกมั้ย?
A: คงไม่แล้วแหละ ผมลงทุนศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ค้นคว้าจากตำราและอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ไปเรียนการคั่วและชิมกาแฟจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ ดูงานร้านกาแฟและโรงคั่วหัวก้าวหน้าระดับโลก ได้เพื่อนๆ ในวงการกาแฟคอยแนะนำติชม ล่าสุดก็เพิ่งขายรถคันที่ขับอยู่เอาเงินไปซื้อเครื่องคั่วตัวใหม่ที่คุณภาพดีกว่าเดิม เพื่อสามารถควบคุมการคั่วได้อย่างแม่นยำตามใจนึกมากขึ้น คือพอมาอยู่จุดนี้แล้วผมมีความสุข มีลูกค้าที่สนิทกันยิ่งกว่าเพื่อน เห็นเค้าก็มีความสุขกับสิ่งที่ผมทำ ผมเลยกะว่าจะคั่วกาแฟไปตลอดชีวิต อยากใช้ความเป็นมืออาชีพตรงนี้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคจะได้รับสินค้าและบริการที่ดีในราคาที่เป็นธรรม

i got the ethiopian presspot kyle the great

Q: ถ้ามีคนสนใจจะซื้อเครื่องหรือกาแฟคั่วจะติดต่อคุณได้ยังไง?
A: ตอนนี้ก็พยายามทำหน้าเว็บให้มีแบบฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลอยู่ครับ ระหว่างนี้ก็สามารถคลิกดูที่หน้าสินค้า หรือหน้ากาแฟคั่ว ไปพลางๆ ก่อน หากมีคำถามอะไรก็ส่งอีเมล์มาที่ admin at bkksprolab dot com หรือโทรมาคุยที่ 081-467-2162 ก็ได้ครับ

Q: ขอบคุณครับ
A: ขอบคุณเช่นกันครับ

Recently Commented On

Powered by Movable Type 4.12